ใครกำลังติดซีรี่ย์ Can This Love Be Translated ต้องรู้จัก Kamakura เมืองเล็กริมทะเลที่ทำให้หลายคนตกหลุมรัก
ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่ดูซีรี่ย์ Can This Love Be Translated แล้วรู้สึกว่าแต่ละฉากอบอุ่น โรแมนติก และชวนฝัน มีโอกาสสูงมากที่คุณจะเผลอหลงรักเมืองเล็กริมทะเลที่ชื่อว่า Kamakura ไปพร้อมกับตัวละครในเรื่อง เมืองนี้อยู่ทางตอนใต้ของโตเกียว และใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น
Kamakura ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวใหญ่ ไม่ได้มีตึกสูงหรือแสงสีแบบโตเกียว แต่เป็นเมืองที่มีจังหวะชีวิตช้า ๆ เหมาะกับการเดินเล่น มองทะเล นั่งรถไฟ และปล่อยใจไปกับบรรยากาศรอบตัว ซึ่งทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ที่ทำให้ซีรี่ย์เรื่องนี้ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างลงตัว
Kamakura เมืองที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในซีรี่ย์
สิ่งหนึ่งที่หลายคนจำได้ทันทีเมื่อพูดถึงคามะคุระ คือรถไฟสีเขียวสุดคลาสสิกที่วิ่งผ่านกลางเมือง ก่อนจะเลียบไปตามแนวทะเลในระยะที่ใกล้มาก ภาพรถไฟ ท้องฟ้า และทะเล รวมอยู่ในเฟรมเดียว เป็นภาพเรียบง่าย แต่มีพลังบางอย่างที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่เห็น
ไม่แปลกเลยที่ Kamakura จะกลายเป็นโลเคชันที่แฟนซีรี่ย์อยากตามรอย เพราะบรรยากาศของเมืองนี้ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการถ่ายทำ แต่เป็นความงดงามที่มีอยู่จริง และใช้ชีวิตอยู่จริงทุกวัน
โลเคชันสำคัญใน Kamakura ที่แฟน Can This Love Be Translated ไม่ควรพลาด
Kotokuin Temple พระใหญ่ไดบุทสึที่ให้ความรู้สึกสงบเป็นพิเศษ
Kotokuin Temple เป็นวัดที่ประดิษฐานพระใหญ่ไดบุทสึ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองคามะคุระ บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน ทำให้หลายคนรู้สึกผ่อนคลายตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป
สถานที่แห่งนี้ให้ความรู้สึกเรียบง่าย แต่ลึกซึ้ง เหมาะกับการเดินชมช้า ๆ และถ่ายภาพในมุมที่เป็นธรรมชาติ หากใครประทับใจกับโทนภาพนิ่ง ๆ ในซีรี่ย์ วัดแห่งนี้คือหนึ่งในจุดที่ให้ฟีลใกล้เคียงที่สุด
Meigetsuin Temple วัดไฮเดรนเยียที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น
Meigetsuin เป็นวัดที่หลายคนตั้งใจมาเยือนในช่วงต้นฤดูฝน โดยเฉพาะปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน เพราะเป็นช่วงที่ดอกไฮเดรนเยียจะเริ่มบานทั่วบริเวณวัด
ทางเดินที่ล้อมรอบด้วยดอกไม้สีฟ้าและม่วงอ่อน สร้างบรรยากาศที่ทั้งโรแมนติกและอบอุ่น คล้ายกับฉากในซีรี่ย์ที่เน้นอารมณ์และความรู้สึกมากกว่าคำพูด เป็นอีกจุดที่เหมาะกับการเดินชมเงียบ ๆ และเก็บภาพความทรงจำ
Kamakura-Kokomae Station มุมรถไฟริมทะเลที่เห็นแล้วจำได้ทันที
สถานี Kamakura-Kokomae เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง ภาพรถไฟที่ตัดผ่านฉากหลังเป็นทะเลและท้องฟ้า กลายเป็นภาพจำของคามะคุระสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
แม้จะเป็นเพียงสถานีเล็ก ๆ แต่เมื่อได้มายืนอยู่ตรงจุดนี้จริง ๆ หลายคนมักจะรู้สึกเหมือนเคยเห็นภาพนี้มาก่อน และนั่นคือเสน่ห์ของโลเคชันที่ปรากฏอยู่ในซีรี่ย์
Enoshima Island เกาะเล็กริมทะเลที่ช่วยเติมบรรยากาศให้การเดินทางสมบูรณ์ขึ้น
จาก Kamakura สามารถนั่งรถไฟต่อไปยัง Enoshima Island ได้อย่างง่ายดาย เกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยมุมเดินเล่นริมทะเล ศาลเจ้า และจุดชมวิวที่ให้บรรยากาศผ่อนคลาย
ในวันที่อากาศดีและท้องฟ้าเปิด บางจุดบนเกาะยังสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ไกล ๆ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มความรู้สึกของการมาเที่ยวคามะคุระ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
การเดินทางและการวางแผนเที่ยว Kamakura
การเดินทางจากโตเกียวมายังคามะคุระสามารถทำได้ง่าย นักท่องเที่ยวนิยมออกเดินทางจาก Shinjuku Station และใช้บัตร Enoshima Kamakura Freepass ซึ่งช่วยให้เดินทางได้อย่างสะดวกทั้งเส้นทางคามะคุระและเอโนชิมะ
สำหรับผู้ที่อยากเที่ยวตามรอยซีรี่ย์โดยไม่ต้องวางแผนเอง สามารถเลือกดู โปรแกรมทัวร์ญี่ปุ่น ที่รวมเส้นทางยอดนิยมและดูแลการเดินทางอย่างครบถ้วน
นอกจากนี้ Lion Travels ยังมีบริการ จัดกรุ๊ปทัวร์ส่วนตัวและกรุ๊ปเหมา สำหรับองค์กรและกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความยืดหยุ่น สามารถปรับเส้นทางให้ตรงกับความสนใจ
Kamakura เมืองที่ดูซีรี่ย์จบแล้ว อยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง
หลายคนอาจเริ่มรู้จัก Kamakura จากซีรี่ย์ แต่เมื่อได้มาเยือนจริง จะพบว่าเมืองนี้มีเสน่ห์มากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ ความเงียบสงบ หรือจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบ
หากคุณกำลังติด Can This Love Be Translated และยังไม่อยากให้ความรู้สึกนั้นจบลง การได้เดินเล่นในคามะคุระ อาจเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เรื่องราวจากหน้าจอ กลายเป็นประสบการณ์จริงที่น่าจดจำ



